japan

เพิ่งกลับมาจากไทยได้หมาดๆ
ก็หาเรื่องออกไปเที่ยวอีกแล๊น .. อิอิ ^^

พอดีมีน้องที่เคยเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยกันมา
เพิ่งมาเรียนต่อที่ญี่ปุ่นได้ไม่นาน (3อาทิตย์)
ก็เลยว่า นัดเจอกันซักกะหน่อยดีกว่า

แต่จะเจอกันเฉยๆก็ดูจะน่าเบื่อเกินไป
ก็เลยหาเรื่องชวนน้องเที่ยวซะเลย


...

เช้าวันนี้ ..
กว่าจะขุดหัวออกจากหมอนได้
ก็ล่อไปประมาณ 11 โมงได้
ภูมิใจจัง ^^"

รีบอาบน้ำแต่งตัว แล้วออกไปเจอกัน

นัดกันบ่ายโมง
แต่กว่าจะได้เจอกันครบ บ่ายสอง
.. แง่มๆ >_<

กองทัพต้องเดินด้วยท้องนี่นา
เพราะงั้น เราจะไปไหนกันไม่ได้ ถ้ายังไม่ได้กิน

เนื่องด้วย เดี๋ยวนี้พิศวาทซูชิอย่างแรง
แถมไม่อยากกินราเมงชามโตอีกด้วย
ก็เลยหลอกล่อ ทุกคนไปหม่ำๆ ซูชิ กัน

:D อาหย่อยมากกกกกกกกกกกกกกก


พอกินอิ่ม ก็ตกลงกันว่าจะไปไหนดี

ลองกางแผนที่ท่องเที่ยวออกดู
ปรากฏว่า ในโตเกียวเนี่ย ..
เหลือที่เที่ยวที่ยังไม่ได้ไป แค่ที่เดียวเอง

.. โตเกียวทาวเวอร์ ..

ก็เลยตกลงว่า ไปที่นี่กันแหละเน๊าะ


แต่โตเกียวทาวเวอร์จะสวย ต้องไปตอนมืดๆ
แล้วตอนนั้นก็เพิ่งบ่ายสองกว่าๆเอง
ก็เลยไปฆ่าเวลากันที่ โตเกียวโดมกันก่อน

มาครั้งนี้ ไม่ได้กะจะมาเล่นเครื่องเล่นอะไรเท่าไหร่
เพราะช่วงนี้รู้สึกกระเป๋าฟีบๆไงไม่รู้

ก็เลยเลือกที่จะเดินเล่นในโซนที่วันนั้นเดินยังไม่ทั่ว

โซนแรกที่เผลอเดินหลงเข้าไป
เป็นโซน เกมส์เซนเตอร์
เดินเข้าไปเพราะเห็นตู้หนีบตุ๊กตาแหละ
แต่ไม่ได้หนีบเลยนะ .. เก่งป่าว


เดินสำรวจข้างในเกมส์เซนเตอร์แบบทั่วๆ
ที่นี่มีเครื่องเล่นแปลกๆและน่าสนุกเยอะดี



เกมส์ขี่ม้า ควบม้า ก่อบๆ



เกมส์ปั่นจักรยานน่องโป่ง



เกมส์เต้นๆที่ดูเหมือนจะเชยไปแล้ว
แต่คนที่นี่ก็ยังเล่นกันอยู่นะ



เกมส์ยิงสัตว์ประหลาด .. ตู้มๆ

จริงๆแล้วมันมีเยอะมากๆอ่ะนะ
แต่ไม่กล้าถ่ายมาก กลัวโดนด่า
เลยแอบๆถ่ายมาได้แค่นี้เอง

แต่เกมส์ที่มันส์และถูกใจสุดๆก็เป็นเกมส์นี้ล่ะ
เกมส์พายเรือ ล่องแก่ง

ตอนแรก เห็นคนญี่ปุ่นเค้าเล่นกันเป็นคู่ ช่วยกันพาย
แต่อิน้องเก๋มันบอกว่า พาย2คนมันเกะกะ ไม่ถนัด

เพราะงั้น พอถึงเวลาเล่น
ฉันเลยนั่งกินแรง ให้มันพายคนเดียว

น้องหยอดเงิน น้องพายเรือ
ส่วนฉันนั่งเป็นตุ๊กตา (ถ่วงน้ำหนักเรือ 555)

(จริงแล้วต้องให้มันนั่งคนเดียวอ่ะนะ
แต่ไม่ได้อ่ะ อยากเล่นด้วย 55555555)


แต่เกมส์เค้ามันส์จริงๆนะ
แบบสมจริงมากๆ
โยกซ้าย โยกขวา
มีตกเหว ขึ้นผาด้วยนะ
แล้วแบบว่า ถ้าพายไม่แรงพอ เรือก็จะไม่ขยับเท่าไหร่
มีชนโขดหินข้างทางด้วย
ซึ่งถ้าไปพายแบบนี้กะของจริงๆ
มีหวัง ม่องเท่ง ตั้งกะโขดแรกแล้ว
ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

พอพายเสร็จ น้องมันก็บ่นว่าเมือยแขนมากๆ
ส่วนฉันก็ได้แต่ยิ้มๆ

ดีจัง สนุกและมันส์เหมือนกัน
แต่ไม่ต้องออกเงิน ออกแรงสักกะติ๊ด

^____________________^

พอหลุดออกจากเกมส์เซนเตอร์ได้
ก็ออกมาเจอกับเครื่องเล่นที่นึกอยากจะลองเล่นดู
แต่ไม่เล่นที่นี่หรอกนะ เพราะมันเด็กๆ
จะเก็บกั๊กไว้ไปเล่นที่ Sea Paradise อ่ะ .. เจ๋งกว่าเยอะ


อันนี้เป็นแบบเบบี๋ๆนะค๊า
หวืดขึ้น หวืดลง นิดๆหน่อยๆ
พอให้เด็กๆได้ร้อง อ๊าาาา อ๊าาาาาาาาา กัน

(ได้ยินเสียงเด็กกรี๊ดแล้วมันขำจริงๆนะ)

ส่วนอันนี้เป็นของจริง ของผู้ใหญ่ ที่อยากจะเล่น
แต่เผอิญของที่นี่สูงไม่เท่าของ Sea Paradise น่ะ
เลยคิดว่า เก็บไปเล่นที่นั่นที่เดียวเลยดีกว่า

อ้อ เจ้าเครื่องนี้ บางที่เค้าจะเรียกว่า free fall นิ
แบบว่า เค้าจะยกเราไปที่จุดสูงสุด
แล้วปล่อยฟุ้บ หล่นตุ้บลงมาเลยอ่ะ

อิอิ ท่าจะสะใจดี
(ซาดิสต์ไปป่าวหว่า?)

พอเสร็จจากตรงนี้ ก็เลยลัดเลาะเข้าไปที่ด้านใน
ว่าจะลองไปดูโซนร้านอาหาร สปา

แต่ไปยังไม่ทันจะถึงเลย
ก็มาเจอกับการแสดงของผู้ชายคนนี้ซะก่อน

one man show จริงๆนะเนี่ย
ขนาดฟังทีเค้าพูดไม่ค่อยจะทันเท่าไหร่
ยังแอบขำไปด้วยเลย ^^

ยืนดูจนเพลิน ..
หันมาอีกที ฟ้าเริ่มมืดๆแล้ว

ก็เลยต้องรีบกลับไปที่สถานี
เพื่อไป โตเกียวทาวเวอร์กันต่อ



ยังจำเครื่องเล่นมหาโหดอันนี้ที่เคยเล่าได้มั้ย
ที่บอกว่า มันตกดิ่งแบบหัวทิ่ม แทบจะหักมุม 90 องศาน่ะ

พอดี วันนี้เดินมาเจอมุมดีเลยได้ภาพเหวอๆเสียวๆมาฝาก



(แอบไปขโมยมาจากกล้องน้องเก๋ เพราะตัวเองลืมถ่าย .. แหะๆ)

เห็นเสียวๆแบบนี้
แต่เล่นแล้ว มันส์ สะใจดี จริงๆนะ

ถ้ารวยนะ .. อยากจะเล่นซักสิบรอบเล๊ยยยย ^^

..........

พอออกจากโตเกียวโดมแล้ว
ก็มาโผล่ที่สถานีรถไฟใต้ดินของเมโทรพอดี
แต่จากการดูแผนที่แบบมั่วๆแล้ว

สมองก็สั่งการว่า ไปโคตรลำบากเลย
แล้วก็ค่ารถแพงด้วย นั่งนานด้วย
เพราะงั้น กลับไปทาง เจอาร์ที่คุ้นเคยดีกว่า

ก็เลยเดินย้อนกลับที่สถานีรถไฟของเจอาร์กัน

จากสถานีที่โตเกียวโดมอาศัยอยู่ (Suidobashi 水道橋)
ไปยังสถานีที่โตเกียวทาวเวอร์อยู่ (Akabanebashi 赤羽橋)
ต้องไปเปลี่ยนรถที่ อากิฮาบาร่า (Akihabara 秋葉原)
เพื่อไปที่สถานี Hamamatsucho 浜松著
แล้วเดินออกไปนอกสถานีเพื่อเปลี่ยนเป็นรถใต้ดินที่สถานี Daimon 大門
เพื่อไปที่สถานี Akabanebashi 赤羽橋

ฮ่าๆๆ งงอ่ะเด้
แรกๆที่มาใหม่ๆ ก็มึนๆกับรถไฟที่นี่เหมือนกันแหละ
ที่เขียนไว้วันนี้ ก็แค่กันตัวเองลืมน่ะ .. อิอิ


จริงแล้วจากสถานี Daimon จะไม่ต่อรถไฟก็ได้นะ
เพราะมันสามารถเดินไปถึงที่ โตเกียวทาวเวอร์ได้เลย
จากคู่มือเค้าบอกว่า ใช้เวลาประมาณ 10 นาที


เนี่ย ถ่ายหน้าทางเข้าสถานี Daimon เลยนะ


แต่ประสบการณ์ที่ผ่านๆมา บอกไว้ว่า
โตเกียวทาวเวอร์อ่ะ มันใหญ่มากๆ
เพราะงั้นไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็มองเห็นมันทั้งนั้น
แถมดูเหมือนว่า มันอยู่ใกล้ๆใช่มะ
แต่เอาจริงๆ มันไกลมากกกกกกกกกกกก

ก็เลยตัดสินใจ ไปรถไฟดีกว่า


แค่อึดใจ แค่สถานีเดียว
ก็มาโผล่ที่สถานี Akabanebashi แล้วล่ะ

จากแผนที่ที่สถานี เค้าบอกว่า
ให้เดินไปทางขวานิดนึงแล้วเลี้ยวซ้าย
แล้วเดินตรงไปเรื่อยๆ5 นาที ก็จะเจอ โตเกียวทาวเวอร์แล้ว


แต่พอดี ไม่ได้ดูแผนที่อันนี้ไปก่อน

พอโผล่จากสถานี
พวกฉันก็เดินไปทางขวาแค่ 3 ก้าวได้
แล้วก็เลี้ยวซ้าย ข้ามถนน เดินตรงดุ่ยๆเลย

ก็เลยเดินหลงๆงงๆหาทางเข้าไม่เจอ
แต่สุดท้ายก็มั่ว จนไปถึงจนได้ ^^"




เสียดาย มาถึงก็มืดตึ๋ดตื๋อซะแล้ว

ใจจริงๆ อยากมาถึง ตอนพระอาทิตย์กำลังจะตกดินมากกว่า
จะได้บรรยากาศสวยๆอีกแบบนึงด้วย

แต่ดันลืมคิดไปไงว่า ฤดูนี้ญี่ปุ่นมืดเร็วมากๆ

พอเดินเข้าไปในตึกได้แล้ว
ก็หลงกันต่อ ^^"

คือ โตเกียวทาวเวอร์ที่เห็นโครงสร้างแดงๆเนี่ย
ด้านล่าง จะเป็นตึกทำการ ร้านอาหาร 4 ชั้น

พอดี มากันแบบมั่วๆไง
มันก็เลยไปโผล่ที่ชั้น 2
ส่วนที่ขายตั๋วขึ้นด้านบนเนี่ย จะอยู่ที่ชั้น 1

แต่ไม่รู้ไงว่าไปทางไหนดีกว่ากัน
เลยลองเดินมั่วๆ โผล่ไปชั้น3 ชั้น4 กันก่อน
แล้วค่อยลองมั่วลงมาชั้น 1

ในส่วนของชั้น3 ชั้น4 ก็จะเป็นพวกพิพิธภัณฑ์ต่างๆ
เช่น พิพิธภัณฑ์ Guiness อ่ะ
เนื่องด้วย มันเสียตังค์ .. เลยเมินซะ :P


พอลงมาที่ ชั้น 1 ก็ไปติดต่อซื้อตั๋ว

โตเกียวทาวเวอร์ สูง 333 เมตร
แต่จุดชมวิวของโตเกียวทาวเวอร์จะมี 2 จุด

จุดแรก เป็นจุดชมวิว อยู่ที่ความสูง 150 เมตร
ค่าขึ้นชม 820 เยน
ตรงจุดนี้ จะสามารถชมวิวของโตเกียวได้โดยรอบ 360 องศา

จุดที่สอง เป็นจุดชมวิวพิเศษ อยู่ที่ความสูง 250 เมตร
ต้องเสียค่าขึ้นชมเพิ่มขึ้นอีก 600 เยน
ตรงจุดนี้ จะสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิ
และภูเขาทซึคูบะ (ไม่รู้จักวุ้ย) ด้วยนะ




แต่เค้าว่า ที่จุด 150 เมตร ก็มีขายตั๋วขึ้นไปที่ 250 เมตร
เพราะงั้นซื้อเตี้ยๆไปก่อน ถ้าเปลี่ยนใจ ค่อยซื้อเพิ่มได้
แล้วก็ตอนนี้มืดมากแล้ว ยังไงก็ไม่มีทางมองเห็น ฟูจิซังแน่ๆ


เจ้าตัวนี้เป็น mascot ของที่นี่เค้าล่ะ
ชื่อ นพพร Noppon .. เท่ห์มะ .. กิกิ

ที่มือขวาของนพพร ก็เป็นตั๋วขึ้นชม
(กลัวพนง.ทำเยิน เลยต้องรีบถ่ายมาอวดก่อน)

ตรงที่ฉีกตั๋ว .. เค้าจะมีกองเข็มกลัดที่ระลึกของที่นี่วางอยู่
ก็ไม่รู้ว่า เอาไว้แจกใคร เลยไปทำตาปริบๆใส่เค้า

เค้าก็ขำแล้วบอกว่า "this is for kids"
แง๊ .. ไอก็ยังคิดส์อยู่นะเฟ้ยยยยยยยย

แล้วเค้าก็บอกต่อว่า
"If u want it, u can buy at shop. 100 yen"

เอ๊อออ .. ซื้อเองก้อด้ายยยยยยยยยยยยยยยย



เห็นแก่ กระเป๋าย่ามใบใหม่หรอกนะ ถึงได้ซื้อมาอ่ะ

พอขึ้นไปถึงจุดชมวิวความสูง 150 เมตร
คุณก็จะได้พบกับวิวสวยๆแบบนี้นะค๊าาาา

แหะๆ อันนี้มันรูปถ่ายน่ะ

ของจริง ถ่ายได้ไม่งามเท่านี้หรอกน่ะ

วิวที่เห็นก็คล้ายกับที่เห็นจากตึกของ Roppongi เลย
ต่างที่ตอนที่อยู่ตึก Roppongi มันจะมองเห็น โตเกียวทาวเวอร์ด้วยไง ^^
แต่อยู่นี่ มองหาตึก Roppongi ไม่เจออะ

แต่เอาจริงๆ ก็ชอบที่นี่มากกว่านะ
ที่นี่ดูสวย ดูบรรยากาศดีกว่าเยอะ
และที่สำคัญ ไม่ค่อยมีใครมานั่งจู๋จี๋ให้บาดตาบาดใจด้วย
แหะๆ ถูกใจชะมัด ..

พอเดินจนทั่วๆแล้ว ก็แวะซื้อของที่ระลึกนิดหน่อย

ตุ๊กตาไล่ฝนอันนี้ ..
กลับไทยคราวก่อน ซื้อกลับไปด้วย
แล้วด้นชอบกันมาก แย่งไปหมดเลย
เลยต้องหาซื้อใหม่ ..
พอดีที่นี่ .. มีแถมโตเกียวทาวเวอร์จิ๋วติดมาด้วย
แพงกว่าแค่ 21 เยนเอง .. ชอบๆๆๆ

อันนี้ก็ที่ห้อยมือถือ นพพรชายหญิง :)

จากชั้นที่ยืนอยู่ ..
เค้าจะมีทางให้เดินลงไปอีกชั้นนึงด้วยล่ะ
ที่ชั้นนั้น เค้าจะมีพื้นโปร่งๆ เพื่อให้มองลงไปข้างล่าง

แต่แสงสปอร์ตไลท์ที่ส่องขึ้นมามันจ้ามากๆ
เลยรู้สึกแสบตามากกว่าที่จะเสียวอ่ะ

สักพักก็เริ่มหิวกัน
ก็เลยชวนกันลงไปหาอะไรกินดีกว่า

ลิฟต์มาส่งที่ชั้น 3
แหม๊ .. ดีนะที่เมื่อกี้มาสำรวจไว้แล้ว
คราวนี้เลยไม่มั่ว ไม่หลง ไม่เหวอแล๊น


แล้วก็เดินลงบันไดไปที่ชั้น 2 กัน
วันนี้อยากเป็นฝรั่ง เลยสั่งสปาเกตตี้มากิน

สปาฯ วิญญาณซีฟู้ด 790 เยน >_<

พอกินอิ่มก็กลับกัน
ก่อนกลับ ก็แวะถ่ายรูปด้านนอกอีกสักนิด

แต่ถ่ายไงก็ไม่แจ่มสมใจ
ก็เลยไปถ่ายกะป้ายมันซะเลย


^^

แล้วก็เดินกลับไปที่สถานีรถไฟ
แยกย้ายกะน้องเค้า
แล้วพวกฉันก็กลับบ้านตามเส้นทางเดิมที่คุ้นเคย

:)

แอบเอาความรู้มาแถม

โตเกียวทาวเวอร์ ......

๐ สร้างขึ้นเมื่อปี 1958 ถือว่าเป็นตึกที่ self-supporting steel (คือไรหว่า)ที่สูงที่สุด เพราะสูงถึง 333 เมตร ในขณะที่ หอไอเฟลสูง 320 เมตร

๐ ใช้สีในการทาทั้งหมด 28,000 ลิตร (140 drums) .. โดยใช้สีขาวและส้ม
(อ้าว นึกว่าแดงมาตลอดเลย)

๐ ประดับไปด้วยไฟจำนวน 176 ดวง .. โดยในฤดูหนาว จะเห็นโตเกียวทาวเวอร์เปล่งแสงสีส้ม และในฤดูร้อนจะเปล่งแสงสีขาว

๐ มีน้ำหนัก 4,000 ตัน ซึ่งเบากว่าหอไอเฟลประมาณ 3000 ตัน

๐ เป็นที่ส่งสัญญาณทีวี 9 สถานี และสัญญาณวิทยุ 5 สถานี

.. ไม่ต้องเชื่อไรมากนะ .. ภาษาไม่แข็งแรงน่ะ .. แปลมั่วมากๆ .. ก๊ากกกกกก


ยังคงเขียนย้อนอยู่นิ ...



10-09-2005


วันนี้แอบฉายเดี่ยวไปเที่ยวคนเดียว .. มีความสุขจริงๆ .. ครั้งนี้เป็นการหนีเที่ยวคนเดียวครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ .. แต่ถ้าไปไกลๆแบบนี้ คิดว่าน่าจะเป็นครั้งที่ 2 .. ลั้ลล้า ..

แล้วไปคนเดียวแบบนี้ แทนที่จะไปในเส้นทางที่คุ้นเคย .. ไม่ค่ะไม่ .. มันไม่เร้าใจ .. ชีวิตคนเรามันต้องมีสีสัน ..

พอดีรถไฟใต้ดินสายใหม่เร็วปู๊ดป๊าด (รถด่วน สกูบ้า Tsukuba) เพิ่งจะเปิดให้ใช้บริการได้ไม่นาน .. แล้วมันก็ผ่านอาซากุสะ ที่กำลังจะไปพอดีเลย .. ก็เลยต้องขอลองใช้ซักกะหน่อย ..

ไปขึ้นรถไฟสายทซึคุบะที่สถานี มินามิเซนจู .. ตอนแรกนึกว่าจะไกลๆ .. ที่ไหนได้ สถานีเดียวเองอะ .. แบบว่ายังดื่มด่ำไม่ทันคุ้ม 160 เยนเลย ต้องลงซะละ ..


สงสัยเพราะเป็นรถด่วนที่วิ่งเร็วมากๆละมั้ง .. ถึงได้ต้องทำแผงกั้นขนาดนี้ .. เพราะอยู่มาตั้งนาน ยังไม่เคยเห็นรถไฟสายไหนมีแผงกั้นแบบนี้เลย

แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ .. น่าจะแก้ปัญหาเรื่องคน(ตั้งใจ)ตกรางได้เยอะเลย .. เพราะถ้ามันอยากจะ(แกล้ง)ตกจริงๆ ก็คงต้องลำบากหน่อย .. เพราะแค่ จะก้าวขาข้ามรั้ว ชาวประชาแถวนั้นก็คงจะเห็นกันหมดพอดี .. อิอิ



สถานีอาซากุสะของรถไฟสายนี้ มันจะมาโผล่ตรงด้านหลังของวัดอาซากุสะ .. ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกนะ .. แบบว่า พอเดินออกมาจากสถานี ก็เหวอไปเลย .. เพราะไม่คุ้นอะไรซักอย่าง แล้วก็ไม่รู้จะเริ่มเดินไปทางไหนก่อนดี .. แต่ก็มั่นใจว่า ปากพารอดได้แน่ๆ ก็เลยเดินไปมั่วๆไปก่อน

แต่เดินยังไงก็ไม่เจอทางที่คุ้นเคยซักที .. ก็เลยโทรบอกคป .. (ทำหยั่งกะ จะช่วยไรได้ งั้นแหละเนอะ .. อิอิ) .. คป กลัวหลง เลยสั่งให้เดินกลับทางเดิม กลับไปสถานีซะ .. เหอๆ เรื่องอะไรจะกลับ มาทั้งทีนะเฟ้ย .. ของที่ต้องซื้อก็ยังไม่ได้ซื้อเลยนะ .. ไม่กลับๆๆๆๆ

พอวางสายไป .. ก็เดินมั่วๆต่อไป .. อาซากุสะมันก็มีอยู่แค่นี้ จะเดินหาไม่เจอก็ให้มันรู้ไป๊ .. อ่ะโด่ๆ (ก็ถ้าไม่เจอจริงๆ ก็ถามคนแถวนั้นดิเนอะ ไม่เห็นจะยาก)

ก็เดินไปเรื่อยๆ ก็ไปผ่านตึกอยู่ตึกนึง .. มองเผินๆจะดูเหมือนเป็น สถานีรถไฟ เลยนะ .. ดูหรูๆ สะอาดๆ .. แต่ก็แอบงงนิดๆว่า ทำมันเป็นช่องๆเบอร์ๆเต็มไปหมด (ไม่กล้าถ่ายรูปมาอ่ะ กลัวมีมาเฟียแถวนั้น .. เหอๆ) .. พอเดินผ่านหน้าตึกเท่านั้นแหละ ถึงได้รู้ว่า .. มันคือสนามม้า นั่นเอง

พอเดินไปได้ซักพักก็เหลือบไปเห็นสวนสนุก ที่เคยอยากจะมา .. เพราะรู้มาว่า มันอยู่ใกล้ๆวัดเลย .. แต่มาวัดกี่ทีๆ ก็ไม่เคยได้มาซักกะที .. เห็นม๊า เดินมั่วๆก็มีประโยชน์เหมือนกันนะเฟ้ย

แต่ที่อยากมาเนี่ย ก็แค่อยากจะมาเห็นอ่ะนะ ไม่ได้อยากเล่นหรอก .. มันดูเก่าเกินอ่ะ ไม่น่าเล่นเท่าไหร่ .. แค่อยากจะมาดูเครื่อง Roller Coaster ที่เค้าว่ากันว่า เก่าแก่ที่สุด ..

แต่ถ้าอยากจะเข้าไปดู .. ก็ต้องเสียเงินอ่ะ .. เพราะงั้นเมินซะเถอะ .. อิอิ .. ไม่ได้งกน๊า .. พอดีเวลามีน้อย ยังมีอะไรที่ต้องทำอีกเย๊อะะะะะ



เดินออกจาก(ทางเข้า)สวนสนุกมาได้นิดนึง .. ก็จะเห็นหลังคาวัดอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล


วัดที่เห็นนี่แหละ .. คือ .. วัด(ศาลเจ้า)อาซากุสะ ของแท้ .. ส่วนวัดที่ใครๆต่างก็พากันเรียกว่า วัดอาซากุสะ น่ะ .. จริงแล้วที่นั่นคือ วัดเซนโซจิ ..


แล้วศาลเจ้าอาซากุสะและวัดเซนโซจิเนี่ย .. จะมีพื้นที่ติดกันเลย .. เดินทะลุหากันได้เลย ..





พอไหว้พระที่ศาลเจ้าอาซากุสะเรียบร้อยแล้ว .. ก็เข้าไปไหว้ที่วัดเซนโซจิต่อแป๊บนึง ..

วัดนี้ มากี่ทีๆคนก็ยังคงเยอะเหมือนเดิม

เพราะทัวร์ต่างๆชอบจัดมาลงที่นี่กันทั้งนั้น .. เหมือนกับว่า ถ้ามาญี่ปุ่นแล้ว ไม่ได้มาอาซากุสะ จะถือว่า มาไม่ถึงยังไงหยั่งงั้นเลยแหละนะ ..

ตอนแรกก็ว่าจะซื้อเครื่องรางกลับไปฝากคนที่บ้าน .. แต่คิดไปคิดมา .. เครื่องรางของที่นี่จะต้องขายดีมากๆแน่ๆ .. เพราะงั้นของมันอาจจะไม่ขลังเท่าไหร่ เพราะผลิตทีละเยอะๆ (อันนี้คิดเอาเองน๊า) .. เลยคิดว่าไม่ซื้อดีกว่า .. ไว้ไปเที่ยววัดเก่าแก่ๆกว่านี้ ค่อยซื้อให้ก็ได้เน๊าะ

..


พอไหว้พระเสร็จเรียบร้อยแล้ว .. ก็ออกเดินทางสู่จุดประสงค์ของวันนี้ .. พอดีหนังสือเที่ยวไม่ง้อทัวร์ฯ บอกไว้ว่า .. ที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากวัดเซนโซจิเนี่ย จะมีแหล่งขายส่งของเล่นอยู่ .. ไหนๆก็ต้องซื้อของเล่นเยอะๆอยู่แล้ว เลยคิดว่า ซื้อที่ร้านขายส่งเลย น่าจะคุ้มดี ..

แต่เนื่องจากหลงทิศนิดหน่อย .. แล้วก็ไม่ค่อยมั่นใจด้วยว่า มาถูกทางไหม .. เพราะบรรยากาศระหว่างทางมันเงียบมากๆ .. ก็เลยต้องโทรข้ามประเทศไปถามทางจากนักเขียนขี้เซา ..

ได้ความมาว่า .. มาถูกทางแล้วล่ะ .. จงเดินตรงต่อไป เดี๋ยวก็เจอ ..


พอเดินๆไปซักพัก(ใหญ่ๆ) ก็เจอตึกของ BANDAI

พอเห็นเจ้าพวกนี้แล้ว ก็อุ่นใจขึ้นมาหน่อยว่า .. ยังไงก็มาถูกทางแน่นอน .. เพราะหนังสือมันก็มีรูปนี้เหมือนกันอ่ะ .. ฮ่าๆๆๆ


หลังจากเจอเจ้าตัวการ์ตูนพวกนี้แล้ว เดินไปอีกสักพัก(เกือบ)ใหญ่ๆ .. ก็จะเจอร้านขายส่งของเล่นแล้วล่ะ ..




.. ตอนนี้เริ่มเหนื่อยมากแล้ว ก็เลยไม่ได้หยิบกล้องออกมาอีกเลยอ่ะ .. เสียดายเหมือนกันนะเนี่ย .. เลยไม่มีรูปมาช่วยเล่าเรื่องเลย ..




ที่ร้านขายส่ง เค้าจะติดป้ายไปเต็มร้านเลยว่า " ไม่ขายปลีก " ..

ก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาซื้อปลีกอยู่แล้วไง ก็เลยไม่สนใจ .. ก็เดินเข้าร้านไปด้อมๆมองๆหาหุ่นยนต์เท่ห์ๆ .. แล้วสักพัก ฉันก็เดินออกจากร้าน โดยไม่ได้พูดอะไรซักคำ .. ก็ไม่เห็นจะมีหุ่นยนต์ที่อยากได้เลยนี่นา .. ไปดีกว่า ฮ่าๆๆ .. พนักงานในร้านก็ทำหน้างงๆกันใหญ่เลย .. คงสงสัยแหละมั้งว่า อิกระเหรี่ยงนี่มันบ้าป่าว เดินเข้ามาไม่พูดสักคำแล้วก็จากไปเงียบๆ :P

พอออกจากร้านแรก .. ก็ไม่เห็นร้านอื่นอีกเลยอ่ะ .. ( ซึ่งมารู้ทีหลังว่า ร้านอื่นๆมันอยู่ด้านหลังร้านนั้น -"- .. แล้วจะรู้ไหมเนี่ย ) .. แต่ถึงจะมีอีก ก็ไม่ค่อยสนแล้วล่ะ .. เพราะดูจากร้านแรกแล้ว ของมันไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่ .. ของมันดูแปลกๆ ดูเกรดไม่ค่อยดีด้วยอ่ะ .. ไม่เอาดีกว่า




โชคดีมากๆ .. ที่ใกล้ๆร้านของเล่น มีสถานีรถไฟพอดีเลย .. นึกว่าจะต้องเดินย้อนกลับทางเก่าซะแล้ว .. รอดไป ..

รถไฟของญี่ปุ่น ถึงแม้จะมีหลายสายมากๆ .. แต่มันก็จะเชื่อมถึงกันได้ .. เพราะงั้นไม่ยากเลย ถ้าอยากจะไปที่ไหนๆ .. ขอแค่ดูตารางรถไฟได้ อ่านชื่อสถานีรถไฟได้ ก็เป็นพอ ..





สุดท้ายก็ต้องกลับไปพึ่งร้านของเล่นที่อุเอะโนะ .. แพง(ไม่)หน่อย แต่ได้ของดี ถูกใจ ก็ต้องยอมอ่ะเนอะ ..



สรุป ของวันนี้ที่ได้มา .....
๐ รถบังคับ 3 คัน .. ของหลาน 3 คน
๐ โดราเอมอน สก๊อตเทป .. ของพี่คนนึงแถวๆนี้
๐ ขนม 2 ห่อ .. เอาไปฝากเด็กๆที่โรงงานแม่หมู
๐ ป๊อกกี้รสงาดำ 2 กล่อง .. ของแปลกง่ะ
๐ เหล้าบ๊วยขวดเล็ก 4 ขวด .. เห็นเค้าว่าอร่อยเลยซื้อ(ทำไมไม่รู้)
๐ ขนมของฝากหน้าตาดี 3 กล่อง .. สำหรับผู้ใหญ่ที่จะได้เจอะเจอ


คุ้นๆว่าต้องมีอีก .. แต่ไม่กล้าคิดแล้ว >_< ..

ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า ซื้ออีกทำไม T_T






ทายสิ อันนี้รูปอะไร ^^


เพื่อนๆไดฮับเอ๊ยยย .. ถ้าว่าง ก็อยากจะให้ลองไปอ่านกันดูน๊า

http://imyself.exteen.com

http://ifew.exteen.com

:)






edit @ 2005/09/14 07:49:08